วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

วันนี้มีเรื่องดีๆมานำเสนอ แล้วจะดีแค่ไหนถ้าหากว่าใบหน้าที่แสนจะหมองคล้ำดำแดดของคุณจะมลายหายไป กลับกลายเป็นใบหน้าที่ขาวเนียนใสเช่นเดิม โดยไม่ต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อเข้าสถาบันเสริมความงาม วันนี้เรามีสูตรเด็ดเคล็ดลับหน้าใสที่หาได้จากสวนหลังบ้านมาแนะนำกันค่ะ ขอบอกว่าสูตรนี้ใช้เงินไม่มาก หรือบางทีก็ไม่เสียเงินเลยด้วยซ้ำค่ะ สำหรับใครที่สนใจอยากมีหน้าใสไร้ความหมองคล้ำ ห้ามปล่อยผ่านเด็ดขาดนะครับ



     มะละกอ เป็นผลไม้ที่คนไทยรู้จักกันดี เพราะนิยมปลูกกันเกือบจะทุกบ้าน เพราะมีประโยชน์อย่างมาก ไม่ว่าจะทำอาหาร ทานดิบ หรือทานสุก ก็สามารถรับประทานได้ทุกอย่างเลยละค่ะ สำหรับคนที่ชอบทานดิบก็เช่น ส้มตำ ทานสุกก็ต้องเป็น มะละกอสุกแช่เย็น ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นมากๆ เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มองไปทางไหนก็จะเจอแต่ต้นมะละกอเต็มไปหมด อีกทั้งยังมีประโยชน์ทางยาที่หลายคนนิยมใช้แทนยาจริงๆ ซึ่งมะละกอสุกเป็นอีกหนึ่งยาระบายอ่อนๆที่ช่วยให้ผู้ที่ชอบท้องผูกหรือถ่ายลำบาก ได้มีระบบขับถ่ายที่ง่ายขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง เรียกง่ายๆว่าช่วยลดอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดีค่ะ ทางด้านของความสวยความงามมะละกอก็ไม่แพ้ใครเช่นกัน เพราะมะละกอช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับใบหน้าที่ต้องการฟื้นฟูเพราะความเหนื่อยล้าได้อย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกได้ทันทีเลยว่าใบหน้าสดชื่นกว่าเดิมมาก วันนี้เราจึงนำเอาสูตรเคล็ดลับหน้าใสจากมะละกอมาแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจ ซึ่งส่วนผสมและขั้นตอนไม่ยุ่งยากหาซื้อง่ายค่ะ

ส่วนผสมเคล็ดลับหน้า สวย ใสจากมะละกอ
     1. มะละกอสุก 1 ชิ้น
     2. น้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะ
ขั้นตอนการทำสูตรเคล็ดลับหน้าสวย ใส จากมะละกอ
     1. นำมะละกอสุกที่เตรียมไว้ล้างน้ำให้สะอาด จนแน่ใจว่ายางออกหมดแล้ว
     2. จากนั้นทำการยีมะละกอสุกให้เละ
     3. ผสมน้ำผึ้งที่เตรียมไว้ลงไปจนเป็นเนื้อเดียวกัน
     4. นำมาพอกทิ้งไว้บนใบหน้านานประมาณ 10-15 นาที
     5. ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

     ผลลัพธ์ที่ได้จากสูตรเคล็ดลับหน้าใสนี้ ใบหน้าของคุณจะมีความกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น เพราะมะละกอนั้นช่วยขจัดความหมองคล้ำ และเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป นอกจากนี้ใบหน้ายังมีความนุ่มชุ่มชื่นจากน้ำผึ้งอีกด้วย เพราะคุณสมบัติโดยตรงของน้ำผึ้งที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นกับใบหน้าและความเนียนนุ่ม ทำให้ใบหน้าของคุณทั้งเนียนขึ้น นิ่มขึ้น และขาวขึ้น โดยคุณเองก็สังเกตได้เลยละค่ะ


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น